ข้ามไปยังเนื้อหา
BooBook Studio

เกี่ยวกับ BooBook Studio

เด็กทุกคนมีช่วงเวลาหนึ่งที่หนังสือกลายเป็นมากกว่าหนังสือ อาจเป็นครั้งแรกที่เขาพลิกหน้าหนังสือได้เอง จำภาพที่คุ้นตาได้ หรือได้ยินเพลงที่รู้จักแล้วเริ่มร้องตามขึ้นมาทันที ที่ BooBook Studio เราเชื่อว่าช่วงเวลาเล็ก ๆ เหล่านี้สำคัญมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มต้น ความทรงจำถูกสร้างขึ้น และการเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

BooBook Studio เป็นแบรนด์หนังสือสำหรับเด็กที่ก่อตั้งโดยบริษัท เคลาด์ สโตนส์ จำกัด บริษัทที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ผ่าน BooBook เราสร้างหนังสือเพลงแบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่ออกแบบมาเพื่อรวมสองสิ่งที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังไว้ด้วยกัน นั่นคือความสุขจากการอ่าน และความสุขจากเสียงเพลง

เรื่องราวของเราเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ข้อหนึ่ง: จะเป็นอย่างไร ถ้าหนังสือเล่มหนึ่งกลายเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ได้สำรวจด้วยตัวเองจริง ๆ

แทนที่เด็ก ๆ จะแค่ดูภาพ หรือนั่งฟังผู้ใหญ่อ่านนิทาน เราอยากให้เขาได้สัมผัสหนังสือ ได้เล่นโต้ตอบกับมัน ได้ยินเสียงเพลง และได้สำรวจตามจังหวะของตัวเอง หนังสือที่วางอยู่บนชั้นได้เหมือนหนังสือทั่วไป แต่มีชีวิตขึ้นมาทุกครั้งที่มือเล็ก ๆ กดปุ่ม

ความคิดนั้นจึงกลายมาเป็น BooBook

หนังสือที่ร้องเพลงได้

เสียงเพลงมีความพิเศษบางอย่างในวัยเด็ก เพลงหนึ่งเพลงทำให้เด็กยิ้มได้ ช่วยให้สงบลงก่อนนอน หรืออยู่ในความทรงจำไปอีกหลายปี นานก่อนที่เด็ก ๆ จะเข้าใจความหมายของทุกคำ พวกเขาจำทำนองได้ เคาะจังหวะตามได้ และร้องตามได้แล้ว

เราอยากนำความรู้สึกนั้นมาไว้ในโลกของหนังสือ

สำหรับ BooBook เสียงเพลงไม่ได้อยู่ที่อื่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวหนังสือเอง เด็ก ๆ แค่กดปุ่มบนหน้าหนังสือ ก็จะได้ยินเพลงที่คู่กับภาพที่กำลังดูอยู่ ฟังครั้งเดียว กดซ้ำอีก ร้องตาม แล้วกลับมาฟังใหม่ได้ทุกเมื่อที่อยากฟัง

ประสบการณ์นี้เรียบง่ายโดยตั้งใจ ไม่มีแอปให้เปิด ไม่มีหน้าจอให้กด และไม่มีเทคโนโลยียุ่งยากให้พ่อแม่ต้องจัดการ เด็ก ๆ แค่หยิบหนังสือขึ้นมา ค้นพบปุ่ม แล้วเริ่มสำรวจได้เลย

และบ่อยครั้ง พวกเขาก็อยากเล่นอีกรอบ

เรียนรู้ผ่านความอยากรู้อยากเห็น

ที่เคลาด์ สโตนส์ เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กควรเคารพวิธีที่เด็ก ๆ ค้นพบโลกตามธรรมชาติ เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านการทำซ้ำ การเล่น เสียง การสัมผัส และความอยากรู้อยากเห็น พวกเขาไม่จำเป็นต้องถูกบอกเสมอไปว่ากำลังเรียนอยู่

แนวคิดนี้คือหัวใจของ BooBook

เด็กคนหนึ่งอาจฟังเพลงเดิมสิบครั้งโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังได้เรียนรู้คำ เสียง จังหวะ หรือตัวอักษรใหม่ ๆ เขาอาจร้องท่อนฮุกได้ก่อนจะเข้าใจความหมาย อาจจำตัวอักษรได้เพราะได้ยินเสียงของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่ดูเหมือนเป็นแค่การเล่น อาจค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่เขาค้นพบโลก

เป้าหมายของเราไม่ใช่การให้เด็ก ๆ นั่งลงแล้วตั้งใจเรียน แต่คือการสร้างสิ่งที่พวกเขาอยากสำรวจจริง ๆ

เพราะเมื่อเด็กขอฟังเพลงเดิมอีกสักรอบ ก็แปลว่าอะไรบางอย่างกำลังเกิดขึ้นแล้ว

เติบโตไปกับเพลงไทย

BooBook เกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ และวัฒนธรรมไทยคือส่วนสำคัญของทุกสิ่งที่เราสร้าง

เสียงเพลงมีพลังพิเศษในการเชื่อมคนต่างรุ่นเข้าด้วยกัน พ่อแม่หลายคนยังจำเพลงสมัยเด็กของตัวเองได้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี เพียงเพราะทำนองนั้นยังติดอยู่ในใจ

ชุดแรกเริ่มรู้เพลงของเรารวบรวมเพลงเด็กไทยที่ร้องต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงทำนองคุ้นหูอย่าง จันทร์เจ้า โยกเยก และนกขมิ้น เราอยากให้เด็ก ๆ ยุคนี้ได้รู้จักเพลงเหล่านี้ในแบบที่เป็นธรรมชาติสำหรับพวกเขา

พ่อแม่อาจจำเพลงหนึ่งได้จากวัยเด็กของตัวเอง ส่วนลูกได้ยินทำนองเดียวกันนั้นเป็นครั้งแรก ชั่วขณะหนึ่ง ประสบการณ์ทั้งสองก็เชื่อมถึงกัน

นี่คือหนึ่งในสิ่งที่เรารักที่สุดในหนังสือเพลง: เพลงหนึ่งเพลงเป็นของคนสองรุ่นได้ในเวลาเดียวกัน

จากเพลงกล่อมเด็กสู่ตัวอักษร

เมื่อเด็กโตขึ้น ความอยากรู้อยากเห็นก็เปลี่ยนไป ทารกอาจแค่ชอบฟังทำนองเพลงนุ่ม ๆ ขณะที่เด็กวัยเตาะแตะอยากรู้จักสัตว์ ร้องตามเพลงสนุก ๆ หรือกดทุกปุ่มที่หาเจอ

นี่คือเหตุผลที่ BooBook ไม่ได้มีหนังสือเพียงแบบเดียว

ชุดแรกเริ่มรู้เพลงของเรามีห้าโลกที่แตกต่างกัน ได้แก่ เพลงกล่อมนอน กิจกรรม สัตว์น้อยใหญ่ สัตว์น่ารัก และการละเล่น แต่ละเล่มมีหกเพลง ออกแบบมาเพื่อสร้างช่วงเวลาที่ต่างกัน ตั้งแต่ช่วงเวลาสงบก่อนนอน ไปจนถึงยามบ่ายที่เต็มไปด้วยการเล่น

เรายังสร้างหนังสือตัวอักษรร้องเพลงได้ กขค ปาร์ตี้ และ ABC Party เพื่อพาเด็ก ๆ รู้จักตัวอักษรและเสียงผ่านเสียงเพลง แทนที่จะทำให้ตัวอักษรกลายเป็นบทเรียน เราอยากให้มันเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ได้ฟัง ได้พูดตาม และสนุกไปกับมัน จนตัวอักษรค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องคุ้นเคย

แนวคิดนี้เหมือนกันตลอดทั้งคอลเลกชัน: มอบสิ่งที่เด็ก ๆ อยากกลับมาหาอีกครั้ง

ออกแบบมาเพื่อมือเล็ก ๆ

หนังสือเด็กต้องทนต่อวัยเด็กจริง ๆ ได้ ต้องถูกจับ ถูกถือไปไหนมาไหน ถูกเปิดเป็นร้อย ๆ ครั้ง และบางทีก็ถูกทำตกพื้น ต้องให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติในมือเล็ก ๆ และเรียบง่ายพอที่เด็กจะเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีคู่มือ

นั่นคือเหตุผลที่เราใส่ใจไม่เพียงแค่สิ่งที่อยู่ในหนังสือ แต่รวมถึงวิธีที่เด็ก ๆ เล่นกับมันด้วย

หนังสือของเราใช้หน้ากระดาษแข็งที่มือเล็ก ๆ พลิกได้เอง ส่วนปุ่มกดก็ช่วยให้เด็ก ๆ เล่นได้ด้วยตัวเอง หนังสือตัวอักษรร้องเพลงได้ของเราชาร์จไฟได้ผ่าน USB Type-C จึงสะดวกสำหรับใช้ทุกวัน

ทุกรายละเอียดมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือทำให้ประสบการณ์นี้ง่ายดายสำหรับเด็ก และเรียบง่ายสำหรับพ่อแม่

หน้าจอน้อยลงอีกนิด การค้นพบมากขึ้นอีกหน่อย

เด็ก ๆ ทุกวันนี้เติบโตมาท่ามกลางหน้าจอ เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่เราเชื่อว่าการได้ถือหนังสือจริง ๆ สักเล่ม ยังมีบางอย่างที่ไม่มีอะไรมาแทนที่ได้

หนังสือจริงวางรออยู่บนชั้นให้ถูกค้นพบได้ ถูกพาไปบนเตียง ไปในรถ หรือถูกทิ้งไว้บนพื้นกลางวงเล่นได้ ไม่ต้องใช้แอป ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน และไม่ต้องยืมโทรศัพท์ของผู้ใหญ่

ด้วย BooBook เราอยากสร้างโลกเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากหน้าจอ โลกที่เด็ก ๆ ได้ช้าลง ได้ฟัง ได้สัมผัส ได้พลิกหน้า และได้สำรวจตามจังหวะของตัวเอง

มันเป็นประสบการณ์ที่เรียบง่าย แต่บางครั้ง ความเรียบง่ายก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ ต้องการ

สร้างความทรงจำ ไม่ใช่แค่สินค้า

ท้ายที่สุดแล้ว BooBook ไม่ได้อยู่ที่ปุ่ม แบตเตอรี่ หรือลำโพง สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้ประสบการณ์นี้เกิดขึ้นได้

สิ่งที่สำคัญสำหรับเราคือสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ หนังสือ

คือพ่อแม่ที่ร้องเพลงไปพร้อมกับลูก คือเด็กวัยเตาะแตะที่เจอเพลงโปรดแล้วขอฟังอีกทันที คือเด็กที่จู่ ๆ ก็จำตัวอักษรที่ได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนได้ คือกิจวัตรก่อนนอนที่ค่อย ๆ กลายเป็นธรรมเนียมของครอบครัว

ช่วงเวลาเหล่านี้อาจดูเล็กน้อยในตอนที่มันเกิดขึ้น แต่คือช่วงเวลาที่จะกลายเป็นความทรงจำในวัยเด็ก

และนั่นคือสิ่งที่เราอยากให้ BooBook สร้างขึ้น

ทำไมเราจึงทำ BooBook

บริษัท เคลาด์ สโตนส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่นำเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มารวมกัน ในแบบที่มีความหมายต่อชีวิตประจำวัน BooBook คือหนึ่งในรูปแบบของแนวคิดนั้น: ใช้เทคโนโลยีอย่างเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง เพื่อทำให้สิ่งของที่คุ้นเคยอย่างหนังสือเด็ก เล่นโต้ตอบได้มากขึ้น น่าสนใจมากขึ้น และน่าจดจำมากขึ้น

เราไม่อยากให้เทคโนโลยีกลายเป็นจุดสนใจ หนังสือควรยังคงเป็นหนังสือ ส่วนเสียงเพลงก็เพียงแค่ทำให้ประสบการณ์นั้นมีสีสันยิ่งขึ้น

เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กควรมอบสิ่งที่เด็ก ๆ ได้ค้นพบ ได้ทำซ้ำ และในที่สุดได้กลายเป็นของเขาเอง

เราเชื่อว่าเสียงเพลงเชื่อมคนต่างรุ่นเข้าด้วยกันได้

เราเชื่อว่าการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากบทเรียนเสมอไป บางครั้งมันเริ่มจากเพลงหนึ่งเพลง ภาพหนึ่งภาพ และมือเล็ก ๆ ที่กดปุ่ม

และเราเชื่อว่ามีบางอย่างที่วิเศษมาก ในการได้เห็นเด็กคนหนึ่งค้นพบว่าหนังสือตรงหน้าเขาร้องเพลงได้จริง ๆ

ยินดีต้อนรับสู่ BooBook Studio แบรนด์หนังสือสำหรับเด็กโดยบริษัท เคลาด์ สโตนส์ จำกัด กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

เราสร้างหนังสือเพลงเพื่อมือเล็ก ๆ ใจที่อยากรู้อยากเห็น และความทรงจำที่อยู่ไปตลอดชีวิต